วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

คำนำ


คำนำ
บล็อกเกอร์เป็นส่วนหนึ่งของวิชาบล็อกซอฟแวร์ชั้นมัธมศึกษาปีที่ 3/1 โดยมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องการเรียน ทั้งนี้ ในรายงานนี้มีเนื้อหาประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับ 8เคล็ดลับเรียนยังไงให้ได้เกรดดี 10เทคนิคเรียน ให้เป็นคนเรียนเก่ง 7เทคนิคการเรียนเก่งกุมารแพทย์ 15เทคนิคเรียนยังไงให้เก่ง จัดระเบียบการเรียน ซึมซับข้อมูล ทำการบ้าน เตรียมตัวสอบ ปรับตัวเพื่อให้ผลการเรียนดีขึ้น 7วิธีช่วยความจำ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ในการปรับตัวกับการเรียน เพื่อให้ผลการเรียนดีขึ้น ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำบล็อก เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณ
อาจารย์ สุจินต์ ชาวสวน ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา หวังว่าบล็อกฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกๆท่าน หากมีข้อเสนอแนะประกาารใด ผู้จัดทำขอรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง นางสาว บุษราภรณ์ ดิษระคะโน ผู้จัดทำ

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

7 วิธีช่วยความจำ

1. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่ได้ช่วยแค่ทำให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้นแต่ยังช่วยเรื่องการทำงานของสมองด้วย การไม่ออกกำลังกายจะทำให้เกิดคราบไขมันและหินปูน (Plaque) ในเส้นเลือดและหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการสูบฉีดเลือดลดลง นอกจากจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหัวใจวายแล้ว ยังทำให้ปริมาณออกซิเจนและสารอาหารที่เลือดนำไปเลี้ยงสมองลดลงอีกด้วย เมื่อสารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองลดลง ดังนั้นการออกกำลังกายเป็นประจำจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

2. กำจัดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียด

ความโกรธหรือความกังวลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเครียด ส่งผลเสียต่อสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจดจำ ในบรรดาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดทั้งหมด อาการซึมเศร้าเป็นสิ่งที่ทำร้ายสมองได้มากที่สุด เมื่อเรามีอาการซึมเศร้าจะทำให้สาร Cortisol หลั่งออกมามากขึ้น ซึ่งหากมีสารนี้อยู่บริเวณสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำระยะสั้นเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำลายความสามารถในการจดจำสิ่งใหม่ ๆ ได้ ดังนั้นหากรู้สึกว่ามีอารมณ์ซึมเศร้า หรือเครียดก็ควรจะรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด

3. นอนหลับให้สนิท

การนอนหลับ 7 – 8 ชั่วโมงจะช่วยในเรื่องความจำได้ เพราะระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ สมองจะซึมซับเอาเหตุการณ์หรือข้อมูลใหม่ ๆ ที่เพิ่งได้รับมา แล้วเก็บบันทึกไว้เป็นความจำระยะสั้น และพัฒนาต่อไปเป็นความจำระยะยาว ดังนั้นหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนหลับไม่สนิท ก็จะทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากการนอนหลับในช่วงกลางคืนแล้ว การที่เราได้งีบระหว่างวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็เป็นการช่วยเรื่องการจดจำได้เช่นกัน

4. จดบันทึก และบอกเล่าเรื่องราวหรือสิ่งที่เรียนรู้มาเป็นประจำ

การจดบันทึก เรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เจอเป็นประจำ หรืออ่านหนังสือแบบออกเสียงจะช่วยให้คุณพัฒนาความสามารถในการจดจำ รวมไปถึงการอธิบายหรือเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้คนฟังก็ช่วยได้ เพราะจากการศึกษาพบว่าเมื่อมีการให้นักเรียนสอนหรืออธิบายความรู้ต่าง ๆ ให้กับนักเรียนคนอื่น ๆ ฟัง จะเป็นการดึงเอาความทรงจำในเรื่องนั้น ๆ ที่มีอยู่กลับมาใช้อีกรอบ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น และสามารถจดจำได้ดีขึ้น 

5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมอง

น้ำหนักของสมองกว่า 50 - 60 % คือไขมัน ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากต่อเซลล์สมอง การรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาความทรงจำระยะยาว อย่างไรก็ตามเราควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดต่าง ๆ เพราะถึงแม้จะมีไขมันแต่เป็นไขมันชนิดที่ไม่มีประโยชน์ต่อทั้งร่างกายและสมอง เราจึงควรเลือกไขมันที่ได้จากผักใบเขียว หรือปลาต่าง ๆ โดยเฉพาะ แซลมอน แอนโชวี่ และแม็กเคอเรลแทน

6. จำเป็นภาพ

ในการจดจำสิ่งต่าง ๆ หลายคนมีวิธีจดจำข้อมูลด้วยการจำแบบเป็นภาพ ซึ่งการให้ความสนใจและจดจำรูปภาพ หรือกราฟ ที่ประกอบอยู่ในหนังสือ หรือการจินตนาการสิ่งที่เรากำลังจดจำให้ออกมาในรูปแบบของภาพ รวมไปถึงการใช้ปากกาสีต่าง ๆ ไฮไลท์ส่วนที่สำคัญเอาไว้ ก็จะช่วยให้เราจดจำข้อความเหล่านั้นได้ง่ายขึ้นเช่นกัน   

7. ทำกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสมองและความจำ

ทำกิจกรรมที่ช่วยให้เราได้ฝึกสมองอยู่เป็นประจำ เช่น การอ่านหนังสือ หรือเล่นเกมฝึกสมองต่าง ๆ นอกจากจะช่วยให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีปัญหาเรื่องความจำหรือโรคสมองเสื่อมอีกด้วย

รวมไปถึงการฟังเพลงก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะเพลงและดนตรีเป็นเหมือนกุญแจในการดึงเอาความทรงจำต่าง ๆ กลับมา จากงานวิจัยพบว่าดนตรีเป็นตัวช่วยอย่างดีในการเรียกความทรงจำ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้เรียนรู้ขณะฟังเพลง มักจะถูกเรียกกลับคืนมาเมื่อเราได้ฟัง หรือนึกถึงเพลงนั้นในครั้งต่อ ๆ ไป

ปรับตัวเพื่อให้ผลการเรียนดีขึ้น

ปรับตัวเพื่อให้ผลการเรียนดีขึ้น
1
เลือกวิชาเรียนให้เหมาะสม. การเรียนในมหาวิทยาลัยเราอาจอยากเลือกเรียนวิชาที่ใครๆ มองว่าเท่ หรือท้าทายความสามารถ ถึงแม้การลงเรียนวิชาที่ยากนั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมและทำให้เราได้รับความรู้มากมาย แต่เลือกเรียนแค่วิชาเดียวหรือสองวิชาก็พอ ถ้าเลือกลงเรียนแต่วิชาที่ยากๆ เราก็จะรู้สึกว่ามันหนักหนาสาหัสเกินไป ลองเลือกวิชาที่ยากและวิชาที่ง่ายปนกันไป สมองจะได้พักบ้าง!


2
เข้าเรียนทันเวลา. วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะได้เกรดดีๆ คือการมาเรียนทันเวลา ไม่เพียงแค่เราจะได้คะแนนการเข้าเรียนมาช่วย (ถ้ามี) แต่เราก็จะไม่พลาดประกาศสำคัญ แนวคิดสำคัญที่อาจารย์เน้นย้ำ หรือคะแนนพิเศษจากการตอบคำถามอาจารย์ในห้อง (นี้เป็นประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ของการมาเข้าเรียนทันเวลา)


3
กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพทุกเช้า. ถ้านักเรียนกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพทุกเช้า ส่วนใหญ่จะเรียนได้เกรดดีๆ และจดจ่อกับการเรียนได้ดีขึ้นฉะนั้นถึงแม้เราจะไม่หิวในตอนเช้า ก็ควรพกอะไรไปกินรองท้องบ้าง


4
เล่นเกมที่ช่วยพัฒนาความจำ. ฝึกสมองด้วยการพยายามเล่นเกมปริศนาทุกวัน เช่น ปริศนาอักษรไขว้ ซูโดกุ และเกมอื่นๆ ที่ใครก็เล่นได้ง่าย การเล่นเกมปริศนาจะช่วยเพิ่มพลังสมองและทำให้เราสามารถจดจำเนื้อหาที่เรียนที่ได้ดีขึ้น


5
จัดสรรเวลาให้ดี. ถ้าเราต้องทำข้อสอบ 120 ข้อในหนึ่งชั่วโมง แสดงว่าต้องใช้เวลาทำข้อละ 30 วินาที เวลาแค่นี้ก็อาจมากโขแล้ว เพราะอาจมีข้อสอบหลายข้อที่เราใช้เวลาน้อยกว่านี้ ฉะนั้นเราอาจมีเวลาเหลือพอที่จะทำข้อยากๆ ได้ อย่าพะวงเรื่องเวลามากจนเกินไป ไม่อย่างนั้นจะไม่มีสมาธิทำข้อสอบ


6
อย่ากลัวที่จะก้าวไปข้างหน้า. อย่ากังวลถ้าจะมีคนคิดว่าเราเป็นพวกชอบความสมบูรณ์แบบหรือพวกคาดหวังสูง พยายามตั้งใจเรียนและพัฒนาผลการเรียนต่อ ปล่อยให้เพื่อนเราคุยและเล่นกันในห้องไปตามสบาย อีกสองสามปีข้างหน้าเราก็จะไปไกลกว่าคนอื่น และเห็น กรด A และ B ในใบแสดงผลการศึกษา แทนที่จะเห็นเกรด C และเกรด D อันเป็นผลจากการปล่อยตนเองไปตามยถากรรม


7
นำเอกสารประกอบการเรียนจัดเก็บใส่แฟ้มให้เป็นหมวดหมู่. นำเอกสารประกอบการเรียนเข้าแฟ้ม เราจะได้นำเอกสารออกมาใช้ได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เราอาจเก็บแฟ้มไว้ที่ใต้โต๊ะเรียนของตนเอง หรือจะเก็บไว้ในล็อกเกอร์ก็ได้ เมื่อถึงคราวที่ต้องนำติดตัว ก็ให้ใส่ไว้ในกระเป๋าเรียนติดตัวไปด้วย


เตรียมตัวสอบ

เตรียมตัวสอบ
1
ทบทวนบทเรียนกับเพื่อน. การทำอะไรเป็นกลุ่มนั้นมีประโยชน์ แม้จะเป็นเพียงการทบทวนบทเรียนก็ตาม เมื่อทบทวนบทเรียนกับเพื่อน เราจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดและรวบรวมความรู้ แต่เราต้องไม่ทำให้กันและกันไขว้เขวหรือเอาแต่พูดคุยเรื่องสัพเพเหระตลอดเวลา!


2
หากลวิธีช่วยจำ. การใช้สิ่งต่างๆ มาเป็นอุปกรณ์ช่วยจำอาจช่วยกระตุ้นความจำของเราได้จริงๆ เราอาจคุ้นเคยและจดจำ Roy G. Biv ได้ดีกว่าท่องลำดับสีของสายรุ้งไปโดยไม่ใช้เทคนิคอะไร หรือถ้าเราคล่องภาษาอังกฤษมาก เราก็อาจใช้ประโยคว่า "My very exhausted mother just slept until noon." มาช่วยในการจำชื่อและลำดับของดาวเคราะห์ ทำไมถึงต้องใช้ถ้อยคำเหล่านี้แทนการจำชื่อจริงๆ ของสิ่งเหล่านี้ เพราะมันเป็นเทคนิคช่วยให้เราจำแม่น! แล้วก็ได้ผลด้วย ถ้าเราพยายามจำว่าอินเดียเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ อาจลองภาพสมเด็จพระราชินีทรงวิ่งจ๊อกกิ้งรอบทัชมาฮาล เมื่อถึงเวลาสอบ เราอาจจำสิ่งที่เราควรจะจำ “จริงๆ” ไม่ได้ แต่เราจะจำได้พอที่จะเชื่อมโยงความทรงจำได้!


3
ทบทวนบทเรียนในสถานที่ซึ่งเรารู้สึกว่าสะดวกสบาย. เราต้องทบทวนบทเรียนในสถานที่ซึ่งนั่งสบายและเงียบสงบ ถ้าเห็นว่าอากาศเย็น ก็อย่าลืมใส่เสื้อกันหนาว นั่งเกาอี้ดีๆ ที่นั่งสบาย อาจเตรียมช็อกโกแลตดำ (พลังสมอง!) น้ำสักขวด และอะไรก็ตามที่เราจำเป็นต้องมีไว้ในบริเวณนั้น เราจะได้มีสมาธิจดจ่อกับการทบทวนบทเรียนได้เต็มที่


4
อย่าคร่ำเคร่งมากเกินไป. ถึงแม้อาจต้องคร่ำเคร่งบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ควรคร่ำเคร่งเกินไปอยู่ดี ในความเป็นจริงแล้วการหยุดพักเสียบ้างนั้นดีต่อสมองและจะช่วยเราเก็บข้อมูลได้ “มากขึ้น” พยายามทบทวนบทเรียน 20 -50 นาที สลับกับการพักสักห้าถึงสิบนาที


5
ผ่อนคลาย. พูดนั้นง่ายกว่าทำ พึงระลึกไว้ว่าเรามีข้อมูลที่ต้องการอยู่ในหัวหมดแล้ว! เหลือแค่นำออกมาใช้เท่านั้น! สัญชาตญาณแรกของเราแทบจะถูกเสมอ ฉะนั้นอย่าเพิ่งเปลี่ยนคำตอบ แต่ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ข้ามไปก่อนแล้วค่อยกลับมาพิจารณาทีหลัง


6
พักผ่อนให้เพียงพอ. เราจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อตนเองจะได้มีสมาธิจดจ่อกับการสอบ หากเรานอนไม่เต็มอิ่ม เราจะจดจ่อกับการทำข้อสอบได้ยากและอาจลืมเนื้อหาที่เพิ่งอ่านไป นี้เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงไม่ควรคร่ำเคร่งมากนัก!


ทำการบ้าน

ทำการบ้าน

1

ทำการบ้านทันทีหลังกลับจากโรงเรียน. การใช้เวลาให้คุมค่านั้นสำคัญ ถ้ามีการบ้านที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า อย่ารอให้ใกล้วันกำหนดส่งถึงค่อยทำ ให้เริ่มลงมือทำภายในสองสามวันหลังจากได้รับการบ้านมา ยิ่งมีเวลาทำการบ้านมาก เราก็จะเครียดน้อยลง


2
ตรวจการบ้าน. หลังจากทำการบ้านเสร็จแล้ว ลองให้คุณครูหรือเพื่อนช่วยตรวจให้หลังจากเราตรวจเองแล้ว ถ้าเราไม่เข้าใจ ให้จดสิ่งที่เราไม่เข้าใจลงไปและค่อยถามคุณครู การเข้าเรียนเสริมจะช่วยให้เรามีเกรดที่ดีขึ้นเร็วเช่นกัน หาติวเตอร์มาสอนให้ก็ได้ ถ้าเรามีกำลังทรัพย์พอ หรือขอให้คุณครูช่วยอธิบายเนื้อหาที่เราไม่เข้าใจก็ได้ ท่านยินดีช่วยเราอยู่แล้ว


3
ทำการบ้านให้เสร็จ. ตั้งเป้าหมายและทำให้สำเร็จก่อนที่จะออกไปเที่ยวหรือไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน การหาโอกาสเข้าสังคมก็สำคัญ แต่เกรดของเราก็อาจมีผลต่อทางเลือกในอนาคตของเราเช่นกัน ฉะนั้นหาเวลาทบทวนบทเรียนทุกวันเช่นเดียวกับที่อย่าลืมหาเวลาไปเที่ยวหรือกินข้าวกับเพื่อนบ้าง


4
นั่งทำการบ้านกับเพื่อน. ในเมื่อนั่งทบทวนบทเรียนกับเพื่อนเพื่อเตรียมตัวสอบยังได้ประโยชน์มากขนาดนี้ แล้วการนั่งทำการบ้านด้วยกันกับเพื่อนจะได้รับประโยชน์มากขนาดไหน การนั่งทำการบ้านด้วยกันกับเพื่อนนอกจากจะไม่เพียงช่วยให้เราอยากทำการบ้านให้เสร็จเท่านั้น (และทำให้สนใจเรียน) แต่งานยังเสร็จเร็วขึ้น ทำงานมีประสิทธิภาพ และเกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น


5
อย่าลอกการบ้านคนอื่น. เราจะได้คะแนนศูนย์แน่ ถ้าลอกการบ้านของคนอื่น ยอมรับว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทำให้เราได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น และถ้าเราลอกการบ้านของผู้อื่นมาหรือไม่ได้ทำงานโดยใช้ความสามารถของตนเอง คุณครูของเราก็ “จะ” รู้เช่นกัน ถ้าแปลภาษาอังกฤษโดยใช้ Google Translate หรือคัดลอกสุนทรพจน์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงมาส่ง คุณครูจะจับได้ เพราะฉะนั้นอย่าคัดลอกงานหรือการบ้านใครจะดีกว่า


ซึมซับข้อมูล

ซึมซับข้อมูล
1

รู้ว่าเราถนัดเรียนรู้แบบไหน. เทคนิคบางอย่างอาจไม่ได้ผลกับคนบางคน บางคนเรียนรู้ได้ดีเมื่อลงมือทำ บางคนเรียนรู้ได้ดีเมื่อได้เห็นตัวอย่าง บางคนเรียนรู้ได้ดีเมื่อฟัง (และบางคนอาจต้องใช้วิธีเรียนรู้แบบผสมผสานกัน) ถ้าเราจำสิ่งที่อาจารย์สอนเราไม่ได้ แสดงว่าเราอาจใช้วิธีเรียนรู้ที่ตนเองไม่ถนัด


2
อ่านตำราเรียน. ถึงจะน่าเบื่อและซ้ำซากจำเจ แต่การอ่านตำราเรียนก็มีประโยชน์มาก บางครั้งอาจารย์อาจแม้แต่ไม่ได้กล่าวถึงข้อมูลสำคัญในห้องเรียน! หลังจากอ่านจบไปย่อหน้าหนึ่ง ให้ลองทบทวนในหัวโดยไม่มองเนื้อหาดู จากนั้นอ่านอีกครั้ง เนื้อหาจะได้อยู่ในความจำของเรานานขึ้น วิธีนี้จะใช้ได้ดีเมื่อเรามีเวลาทบทวนบทเรียนน้อย


3
จดให้ดี. ในรายวิชาส่วนใหญ่ของระดับมัธยมต้น มัธยมปลาย และ
มหาวิทยาลัย เนื้อหาส่วนใหญ่ที่จะไปปรากฏในข้อสอบและแบบฝึกหัดจะถูกกล่าวถึงในห้องเรียน ถ้าคุณครูวาดแผนภาพบนกระดาษ เราก็ควรคัดลอกแผนภาพนั้นลงในสมุดด้วย เพราะอาจช่วยให้เราจดจำข้อมูลได้ดีขึ้น


4
ใช้วิธีทบทวนบทเรียนที่ได้ผล. การเสียเวลานอนเพื่อทุ่มเทอ่านหนังสือแล้วรู้สึกขึ้นมาว่าไม่ได้อะไรเลยนั้นช่างเป็นอะไรที่แย่ ลองทำตามเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิ เราจะได้ไม่เผลอหลับคาหนังสือ


5
มีส่วนร่วมในห้องเรียน. เมื่อทำการบ้านเสร็จ เราก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในห้องเรียนแล้ว คราวนี้ก็จะได้รู้ว่าตนเองมีความเข้าใจในเนื้อหาที่อ่านมากน้อยแค่ไหน! การมีส่วนร่วมในห้องเรียนนั้นเป็นเรื่องที่ดี เหตุผลสำคัญอย่างแรกคือการมีส่วนร่วมในห้องเรียนจะช่วยเชื่อมโยงความรู้ที่ได้มาจากการทำการบ้าน (จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น)


6
ขอความช่วยเหลือ. ถ้าไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะมีผลการเรียนดีขึ้นหรืออ่อนวิชาใดวิชาหนึ่งจริงๆ ขอให้คุณครูที่สอนวิชานั้นช่วยเหลือ ไม่จำเป็นต้องกลัวหรือกังวลอะไรเลยเพราะคุณครูยินดีที่จะช่วยเหลือเราอยู่แล้ว ถ้ามีปัญหาเรื่องการเรียน อาจเข้าไปถามคุณครูหลังเลิกเรียน เข้าไปปรึกษาที่ห้องพักช่วงที่คุณครูว่าง หรือส่งอีเมลไปหาท่านเพื่อขอความช่วยเหลือก็ได้


7
หาติวเตอร์มาช่วยสอนให้. ถ้าในท้ายที่สุดแล้ว วิชานั้นยังยากเกินไปและเราก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ลองหาติวเตอร์มาช่วยสอนให้ บางครั้งการหาติวเตอร์มาสอนให้อาจช่วยเราได้มากกว่าเรียนกับคุณครูตัวต่อตัวก็ได้เพราะเขาอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกับเราและอาจสามารถอธิบายเนื้อหาต่างๆ ให้เราเข้าใจได้ดีกว่า


จัดระเบียบการเรียน

จัดระเบียบการเรีย
1


มีสมุดบันทึกตารางเวลาหรือปฏิทิน. ไม่ว่าจะมีสมุดบันทึกตารางเวลาซึ่งพกอยู่ในเป้ ปฏิทินซึ่งติดไว้ที่ผนัง รายการสิ่งที่ต้องทำซึ่งเราเขียนไว้ทุกครั้งหลังจากหมดวัน หรือปฏิทินออนไลน์ ของเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถติดตามกำหนดการต่างๆ และทำตามกำหนดการนั้นได้ ตอนเริ่มต้นเทอมเมื่อได้สมุดบันทึกตารางเวลามาแล้ว ให้จดลงไปว่ามีกำหนดการสอบใหญ่ สอบย่อย และส่งงานเมื่อไร ให้ทำแบบนี้ทุกวิชา


2
จัดของในล็อกเกอร์ เป้ หรือโต๊ะเรียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย. การจัดของที่เราใช้ทุกวันให้เป็นระเบียบจะช่วยลดความสับสนวุ่นวายใจ เรื่องนี้อาจฟังดูงี่เง่าแต่เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นระเบียบเรียบร้อย จิตใจของเราก็สามารถจดจ่อกับเรื่องสำคัญได้มากขึ้น จัดของในล็อกเกอร์ เป้ หรือโต๊ะเรียนสัปดาห์ละครั้ง การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้เราเสียเวลามากมายอะไร ใช้เวลาแค่สองนาทีเอง


3
ทำตารางทบทวนบทเรียน. ถึงแม้จะมีตารางกำหนดการต่างๆ สำหรับสัปดาห์นั้นหรือเดือนนั้นแล้ว แต่เราก็ต้องมีตารางทบทวนบทเรียนรายสัปดาห์ด้วย ร่างตารางทบทวนประจำสัปดาห์ขึ้นมาเพื่อจะได้รู้ว่าเราสามารถทบทวนบทเรียนได้เมื่อไรและควรทบทวนเสร็จเมื่อไร การกำหนดตารางจะทำให้เรารู้ว่าตนเองจะใช้เวลาทบทวนแต่ละวิชาเท่าไรและแต่ละวิชาควรทบทวนช่วงไหนถึงจะเข้าใจง่ายที่สุด เราต้องทำตามตารางที่ตนเองกำหนดด้วย



คำนำ

คำนำ บล็อกเกอร์เป็นส่วนหนึ่งของวิชาบล็อกซอฟแวร์ชั้นมัธมศึกษาปีที่ 3/1 โดยมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องการเรียน ทั้งน...